สวัสดีค่ะ วันนี้ไปทำงานอีกแล้ว ><~

เดินเข้าไปก็เจอฝรั่งที่เคยมาติดต่องานกับพ่อไว้ 

ฝรั่งมาทำป้ายโลหะสำหรับติดรูปปั้นศิลปะของตัวเองที่แคนาดา

โดยรูปปั้นนั้นเกี่ยวกับเทพธิดาของชาวฟินีเซียน ซึ่งขอความร่วมมือกับทางรัฐแล้วทางรัฐไม่อนุมัติ(ช่วยเหลือ)

เลยต้องทำเอง ตอนแรกจะไม่ทำเพราะราคาแพงไป

แต่พ่อสนใจผลงานนี้ เลยตกลงจะคิดเงินเท่าที่จ่ายให้

 

เค้าคนนี่ชื่อLaurie Payne เป็นศิลปินชาวแคนาดาค่ะ 

ทำงานทั้งเขียนหนังสือ บทกลอน memoir หนังสือสำหรับเด็ก และงานศิลปะ

(หมายเห็ด : เราไม่เก่งฟัง+พูดอังกฤษเท่าไหร่นะคะ อาจผิดพลาดได้ =[]=)

วันนี้เค้ามาเปิดรูปผลงานให้พ่อดู

 

 

เป็นรูปปั้นที่สื่อถึงเทพธิดาแห่งความอุดมสมบูรณ์ของชาวฟินีเชียนค่ะ

 

อีกอันเป็นรูปปั้นมือ

 

ทั้งสองรูปปั้นนี้เค้าทำเองเกือบทั้งหมด แต่ตอนฉาบปิดท้ายให้เพื่อน ๆ มาช่วยด้วย

ลอร์รี่บอกว่าทำทุกวัน ตั้งแต่ 9 to 8 (ในที่นี้น่าจะหมายถึงเก้าโมงถึงสองทุ่ม)

ใช้เวลา 2 summersทุกวัน (ซึ่งมันหมายถึงสองปีใช่มั้ยคะ =[]=!)

เราถามเค้าว่าไม่เบื่อบ้างหรอ เค้าบอกว่าไม่ ทำแล้วมีความสุขเลยทำได้เรื่อย ๆ 

รูปปั้นทั้งสองนี้อยู่ในบริเวณบ้าน ซึ่งประกอบด้วยตัวบ้านหลัก

โรงหนัง ลานกิจกรรม กระท่อมหลังเล็ก ๆ (แต่น่ารักมากกก เหมือนอยู่ในเทพนิยายเลย>W<)

ที่นี่เปิดให้คนเข้าชมทุกวัน และจัดเทศกาลพิเศษขึ้นปีละครั้งซึ่งตรงกับวันที่กลางวันยาวที่สุดของปี

มีทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ คนแก่ มาร่วมกิจกรรม เช่น ดูหนังที่โรงหนัง แล่นเรือใบ ว่ายน้ำ

ภาพนี้ลอร์รี่แล่นเรือใบ ฝากแมวน้อยเซนเซอร์ให้ แหล่มมาก =W=+

 

อันนี้เป็นบาบานาสปลิทค่ะ ให้กินแบบห้ามใช้ช้อนส้อม ให้ก้มลงไปกินเลย (แอบงงมีมีด?)

 

ส่วนนี่เราจำไม่ได้ว่าเค้าเรียกว่าอะไร แต่ลอร์รี่อธิบายว่าเหมือนที่หมุน ๆ ของแฮมสเตอร์

 


  

 

ที่สำคัญคือมีการทำพิธีที่รูปปั้นเทพธิดาฟินิเชียนด้วยค่ะ

ลูกสาวของลอร์รี่เป็นนักเต้นรำ ก็มาเต้นรำที่รูปปั้นนี้ด้วย

 

เราเลยถามลอร์รี่ว่าอะไรที่ทำให้เค้าทุ่มเทแรงกายแรงใจถึงแม้รัฐจะไม่สนับสนุนได้ถึงขนาดนี้

ลอร์รี่ตอบว่ารายได้ที่ได้จากการเปิดให้เข้าชม บริจาคให้คนจนชาวเนปาลไปผ่าตัดตา

เพราะที่เนปาลเสียค่าผ่าตัดแค่ 20 ดอลลาร์แคนาดา ต่างจากที่แคนาดาที่เสียถึง 100 ดอลฯ

สำหรับ 20 ดอลฯที่แคนาดาถือว่าเล็กน้อยมาก แต่ที่เนปาลสามารถทำให้คน ๆ นึงมีชีวิตที่ดีขึ้นได้

เราเลยถามเค้าว่าทำไมไม่ไปทำอย่างอื่น ทำไมถึงคิดบริจาคให้คนจน

ลอร์รีบอกว่าถ้าเค้าทำให้โลกเป็นที่ที่ดีขึ้นได้ ถ้าเค้าเกิดใหม่บนโลกอีก

เค้าก็จะเกิดในที่ที่ดีกว่าเดิม (พูดถึงตรงนี้ลอร์รี่เริ่มน้ำตาไหล)

เราถามเค้าต่อว่าเชื่อเรื่องการกลับชาติมาเกิดใหม่ด้วยหรอ

เค้าบอกว่าหากเค้าทำให้โลกนี้ดีขึ้นแล้ว ถ้าเค้าเกิดใหม่ เค้าก็จะได้เกิดในที่ที่ดีกว่าเดิม

แต่ถ้าไม่ ลอร์รี่อธิบายว่า "ก็เหมือนกับคุณ(หมายถึงเรา)ที่เป็นเหมือนการเกิดใหม่ของพ่อแม่ของคุณ

ลูกของผมก็เช่นกัน พวกเขาเป็นการเกิดใหม่ของผม ลูกหลานของผมก็คือการเกิดใหม่ของผม

ถ้าผมทำให้โลกนี้เป็นที่ที่ดีขึ้น มันก็เท่ากับว่าผมได้กลับมาเกิดใหม่ในที่ที่ดีขึ้น"

(ถึงตอนนี้ลอร์รี่ปาดน้ำตาไปแล้วT^T นี่เราชั่วร้ายมาก ทำให้คนแก่น้ำตาไหล =[]="")

เราถามเค้าเรื่องศาสนา เค้าบอกว่าเค้านับถือข้อดีของหลาย ๆ ศาสนารวมกันค่ะ รวมไปถึงปรัชญาด้วย

 

ดูจากรูปหลาย ๆ รูปแล้ว บ้านเค้าสวยมากเลยค่ะ เหมือนอยู่ในเทพนิยายเลย

ซึ่งแน่นอน มันต้องใช้เงินเยอะแน่ ๆ แต่เค้าเป็นศิลปิน (ซึ่งในเมืองไทยมักขึ้นชื่อเรื่องไส้แห้ง)

เราเลย(รวบรวมความกล้า?)ถามว่าบ้านเค้าดูสวยมากเลย เงินไม่เป็นปัญหาหรอคะ? (พยายามอ้อมทื่อ ๆ = =)

เค้าบอกว่าเค้าไม่ใช่คนมีเงิน จากนั้นเค้าก็เปิดรูปบ้านเค้าสมัยก่อนให้ดู

ให้บรรยากาศกระท่อมมุงสังกะสีแต่อยู่ในป่าซะมากกว่าดินแดนในเทพนิยายที่เป็นอยู่ตอนนี้

เค้าบอกว่าเค้าค่อย ๆ ทำ ตกแต่งทีละนิดละหน่อย ไม่ละความพยายาม ถึงตอนนี้เค้าก็ยังทำต่ออยู่

แล้วก็เปิดรูปบ้านปัจจุบัน /me อึ้งงงงง

ได้จังหวะถามให้ตัวเองบ้างว่าตอนนี้ตั้งใจจะเก็บเงินไว้ในอนาคต

เพราะดูเป็นเรื่องยากมากถ้าอยากทำอะไรที่ชอบแต่ไ่ม่มีเงิน

แต่บางทีพอคิดว่าถ้าได้สิ่งที่ได้มาทั้งหมดแล้วแล้วจะเป็นยังไงต่อ แล้วจะบอกได้แน่หรอว่ามีความสุข?

เค้าตอบว่าเรื่องเงินมันก็ขึ้นอยู่กับแต่ละที่ บางที่ก็สำคัญมาก

แต่ลอร์รี่บอกว่าที่แคนาดา อเมริกา ยุโรปตอนนี้ เริ่มเบื่อระบบทุนนิยมกันแล้ว

เพราะทุกอย่างใช้แต่เงิน ทุกคนคิดแต่เรื่องเงินและผลกำไรสูงสุด  ตอนนี้ความสุขเป็นสิ่งที่คนแสวงหามากกว่า

ลอร์รี่บอกอีกว่าเค้ามาที่เอเชีย ได้อาจารย์มากมาย อาจารย์ของเค้าไม่ใช่คนรวย

ไม่ใช่ผู้ดี ไม่ใช่คนมีการศึกษาดี ไม่ใช่ศาสตราจารย์ที่ไหน แต่คนที่เป็นอาจารย์ของเค้าคือชาวบ้านที่เป็นคนจน

 

เราเลย(ขออนุญาต)ถามเค้าเรื่องชีวิตของเค้าในวัยรุ่น

เค้า(ทำท่าจะร้องไห้)บอกว่ามันไม่ใช่ช่วงที่ดีเท่าไหร่

ตอนเด็กเค้าอาศัยอยู่ที่อังกฤษ เค้าบอกว่ามันไม่ใช่ที่ที่ดี

โตขึ้นมาหน่อยเค้าก็เป็นทหารร่วมในสงคราม (ไม่ได้ถามละเอียดค่ะว่าอะไร)

ตอนนั้นเค้าก็ไม่ใช่คนที่ดีเลย เรื่องการศึกษาก็ไม่ดีเท่าไหร่

จบสแตนด์ฟอร์ด (โอ้วว แม่เจ้า สแตนด์ฟอร์ด=[]=)

เค้าบอกที่สแตนด์ฟอร์ดเป็นสังคมที่มีแต่คนรวย รวยจนเกินไป

แล้วเค้าสรุปรวม ๆ ว่าชีวิตของเค้าช่วงวัยกลางคนเค้าไม่ใช่คนดีอะไร ไม่ได้ทำอะไรซักเท่าไหร่

เราถามถึงลูกสาวของเค้า (ดูจากภาพเต้นได้สุดยอดมากค่ะ > <)

เค้าบอกว่าตอนนี้อายุ 22 ปีแล้ว เธอชอบเต้นรำ ชอบมาก ๆ และฝึกหนักมากด้วย

แต่เต้นรำเป็นอาชีพที่ไม่ได้เงินเท่าไหร่ เลยต้องทำอาชีพอื่น ๆ ด้วย

กระนั้นเธอก็ยังฝึกเต้นอย่างหนัก เธอเป็นคนที่เข้มแข็งมาก (พูดประโยคนี้มากกว่าสิบครั้ง)

นอกจากเต้นเธอยังเล่นโยคะ เทควันโด มาเชียลอาร์ท

เธอได้เต้นในพิธีเปิดและพิธีปิดของโอลิมปิคครั้งล่าสุดนี้ด้วย 

"เธอเป็นคนเข้มแข็งมาก"

เธอฝันอยากมีลูก มีครอบครัว แต่ลอร์รี่ก็บอกอย่างเป็นห่วงว่าผู้ชายที่เข้มแข็งกว่าเธอคงหายาก

แต่เธอก็เป็นคนที่น่ารักและ "เข้มแข็งมาก"

ลอร์รี่บอกว่าสิ่งที่ทำให้เค้ามีความสุขคือลูก ๆ ทุกคนเป็นคนเข้มแข็ง (พูดแล้วยิ้มน้ำตาไหล)

 

จากนั้นลอร์รี่ก็เปิดรูปลูกสาวให้ดูอีก

แต่ทันใดนั้นนนนน ฉับ

 

โน๊ตบุ๊คดับเฉยเลย =[]=!!

 

เลยอดดูต่อ เค้าก็หัวเราะพูดทิ้งท้ายไว้ว่า

 

"ผมเป็นคนมั่งมี เป็นคนมั่งมีที่มีเงินน้อย

แต่สิ่งที่ทำให้เค้าเป็นคนมั่งมีคือเค้ามีลูกที่น่ารัก เข้มแข็ง และนั่นทำให้เค้ามีความสุข"

ว่าแล้วลอร์รี่ก็ปาดน้ำตาอีกรอบ

(/me =[]="" โอ๋ ๆ อย่านะคะอย่าร้อง ไม่ใช่ละ)

 

ปิดท้ายด้วยรูปต่าง ๆ ที่สวยงามของลอว์รี่ค่ะ

      

        

   

  

 อิ่มอกอิ่มใจทั้งภาพและข้อคิดดี ๆ จากคุณลอว์รี่กันมั้ยคะ

 อ่านแล้วเป็นยังไง รู้สึกยังไง สำหรับคุณชีวิตคืออะไร มาคุยกันนะคะ ^^

 

ปล.ถ้านำรูปไปใช้ เราไม่ลงลายน้ำไว้เพราะคุณลอว์รี่ให้อนุญาตมาเผยแพร่ได้

แต่กรุณาอย่า hot link และขอเครดิทแก่คุณลอว์รี่ด้วยนะคะ ^^

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

บ้านตกแต่งมาสวยงามน่าอยู่มากๆ เลย

(ชอบตรงกระท่อมหลังเล็กๆ อ่ะ)

#1 By Talez Blood Bringer on 2010-03-12 22:22

บ้านไม้น่าอยู่จังค่ะbig smile